อาทิตย์สีแดงเปิดตัวทอล์กโชว์ 'วอน นอน คุก' ระดมทุนตั้ง 'โรง เรียนแกนนอน' ผสมผสานแสดงละคร 2 ชั่วโมงเต็ม เริ่ม 5-6 ธ.ค.นี้ 'ลายจุด' ปรับแผนต่อสู้ในปีหน้า ลดกิจกรรมสัญลักษณ์ มุ่งสร้างรากฐานภาคประชาชนเสื้อแดง เปิดสอน 4 หลักสูตร
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง แถลงข่าวจัดทอล์กโชว์การเมือง "วอน นอน คุก" และแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มในปี พ.ศ.2554 โดยนายสมบัติกล่าวว่า ในปีพ.ศ.2554 ทางกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงถือว่าเป็น ปีแห่งการศึกษาเรียนรู้ และแนวทางการเคลื่อนไหวเรื่องแกนนอน หลังจากปี พ.ศ.2553 ที่ใช้การเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ประกาศใหัทุกวันอาทิตย์เป็นวันอาทิตย์สีแดง และทำให้คนเสื้อแดงกล้าสวมเสื้อสีแดงออกมาร่วมกิจกรรมมากขึ้น และมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างมากมาย
นายสมบัติ กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีการส่งต่อและถ่ายทอดกิจกรรม ทำให้เกิดกลุ่มต่างๆ และเกิดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จึงถือได้ว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ได้ส่งต่อไปยังคนจำนวนมากแล้ว ดังนั้นในปี พ.ศ.2554 ทางกลุ่มจะลดบทบาทการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ให้เป็นเรื่องรอง และยกเอาการต่อสู้แบบแกนนอนเป็นเรื่องหลักแทน เพื่อสร้างกลุ่มแกนนอน หรือกลุ่มปฏิบัติการให้เกิดกลุ่มอิสระจำนวนมาก ที่จะไม่ใช่การรวมกลุ่มสนับสนุนองค์กรใหญ่เป็นหลักอย่างที่ผ่านมา หากกลุ่มเหล่านี้สามารถออกแบบกิจกรรมออกตัวเองได้ ใช้การต่อสู้แบบจากล่างขึ้นบน ก็จะเป็นการสร้างรากฐานภาคประชาชนของกลุ่มคนเสื้อแดง ดังนั้น ในปี พ.ศ.2554 ทางกลุ่มจะจัดตั้งโรงเรียนแกนนอน ที่ไม่ใช่รูปแบบการเรียนการสอนปกติ แต่เป็นการเรียนรู้อบรมเชิงปฏิบัติการ
บ.ก.ลายจุด กล่าวอีกว่า ส่วนทอล์กโชว์ "วอน นอน คุก" เป็นกิจกรรมระดมทุนเพื่อจัดตั้งโรงเรียนแกนนอน คาดหวังว่าจะได้ทุนเพียงพอในการดำเนินการโรงเรียน 1 ปี แบบไม่ต้องกังวล โดยเนื้อหาของทอล์กโชว์จะเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่จะมีการแซว กัดจิก สะบัด แต่ไม่ดุเดือด เป็นกึ่งทอล์กโชว์ ผสมการแสดงละคร ในเวลา 2 ชั่วโมง ขายบัตรในหลายราคา คือ วีไอพี 1,000 บาท, 500 บาท, 300 บาท และ 100 บาท โดยจะจัดขึ้นที่ชั้น 6 ห้างอิมพีเรียลฯ ลาดพร้าว ในวันที่ 5-6 ธ.ค. มีรอบ 2 รอบ คือเวลา 13.00 น. และเวลา 18.00 น. จำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้เป็นต้นไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น