"ดีเอสไอ"ชี้ใต้ดินยกระดับรุนแรง
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงเหตุระเบิดอาคารสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำให้ผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 9 คน ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมสังเกตการณ์แล้ว เบื้องต้นตำรวจจะเป็นผู้รับผิดชอบสืบสวนสอบสวนและแถลงความคืบหน้าต่างๆ ซึ่งหากพบว่า คดีมีความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบก่อนหน้านี้จะส่งมอบให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษต่อไป
แหล่งข่าวจากดีเอสไอแจ้งว่า ข้อมูลการข่าวดีเอสไอพบว่ากองกำลังชุดดำใต้ดินพยายามยกระดับความรุนแรงในการก่อเหตุความไม่สงบขึ้นในเขตกรุงเทพฯ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้เหตุการณ์ความไม่สงบจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่มุ่งหวังเพียงการก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนให้เกิดภาพเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งข้อมูลการข่าวที่ได้รับสอดคล้องกับการจัดเตรียมและประกอบวัตถุระเบิดร้ายแรง จนเกิดระเบิดขึ้นในแมนชั่นย่านบางบัวทอง
"ผบ.ตร."ชี้บึ้มคนร้ายต่อวงจรผิด
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ชี้ว่าเหตุระเบิดอาคารสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำให้ผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 9 คน เพราะคนร้ายเตรียมนำระเบิดไปก่อเหตุแต่ต่อวงจรผิดจึงเกิดระเบิดขึ้น หลัง พล.ต.อ.วิเชียรประชุมร่วมกับตำรวจชุดคลีคลายคดีประกอบด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รักษาราชการแทน(รรท.) ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 บช.ภ.1 เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า เจ้าของอาคารชื่อ นายสมาน บุญประเสริฐ ชาว จ.นนทบุรี เหตุระเบิดทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างมาก เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของห้องพัก 202 ที่เกิดระเบิดคือ นายสมัย วงศ์สุวรรณ อายุ 46 ปี อยู่ที่ 168 หมู่ 12 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เข้าพักเมื่อวันที่ 23 กันยายน พร้อมภรรยาและเพื่อน สอบพยานแวดล้อมพบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมัย และภรรยา แบกกระสอบ 3 ใบ เข้าไปที่ห้องพัก ก่อนเกิดระเบิดขึ้น จากการสืบสวนพบว่า นายสมัยถูกดำเนินคดีเหตุปาระเบิดที่ จ.เชียงใหม่ ปี 2552 หลบหนีชั้นพนักงานอัยการ นอกจากนี้ ยังพบว่านายสมัยเคยมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม
"ชนิดของระเบิดพบว่าเป็นระเบิดชนิดทีเอ็นที (TNT) ส่วนปริมาณคาดว่าน่าประมาณ 10 กิโลกรัม สาเหตุการระเบิดน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการประกอบระเบิด สำหรับของกลางที่พบประกอบด้วยแบตเตอรี่ สายไฟ มิเตอร์วัดไฟ ชิ้นส่วนถังน้ำยาแอร์ ชิ้นส่วนถังดับเพลิง และแผงวงจรตั้งเวลาแบบใหม่ซึ่งสามารถจุดระเบิดภายใน 1 สัปดาห์ ผบ.ตร.กล่าว และว่า ของกลางทั้งหมดสามารถใช้เป็นวัตถุพยานทำให้เชื่อมโยงคดีระเบิด 4 คดี ประกอบด้วย หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ลานจอดรถกระทรวงสาธารณสุข หน้าสนามม้านางเลิ้ง และลานจอดรถห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศพที่พบในที่เกิดเหตุมีศพของนายสมัยด้วยหรือไม่ ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พบศพ 3 ศพ กับชิ้นส่วนแขน 1 ชิ้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นศพของนายสมัยหรือไม่ จะส่งศพทั้งหมดไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลใดบ้าง
ชี้ประกอบระเบิดมือสมัครเล่น
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุยังพบวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดอีกประมาณ 3 ใบ ซึ่งเป็นถังดับเพลิง 2 ใบ และถังน้ำยาแอร์ 1 ใบ มีดินดำและปุ๋ยยูเรียใช้เป็นส่วนประกอบ แต่ยังไม่มีการต่อวงจรระเบิด จึงทำให้ยังไม่เกิดระเบิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเตรียมก่อเหตุในที่ต่างๆ และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีความรู้ในการประกอบระเบิดพอสมควร แต่ไม่น่าจะใช่มืออาชีพ เนื่องจากเหตุระเบิดที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย สนามม้านางเลิ้ง กระทรวงสาธารณสุข ลานจอดรถเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ที่มีความเชื่อมโยงทั้ง 4 จุด เกิดการระเบิดเพียงครั้งเดียว ส่วนสาเหตุการระเบิดที่แมนชั่นเกิดจากคนร้ายเปิดสวิตช์วงจรระเบิดให้ทำงานและเตรียมก่อเหตุที่อื่น แต่เกิดการผิดพลาดจึงเกิดระเบิดขึ้น ส่วนแขนที่พบเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของมือประกอบระเบิด แต่ชิ้นส่วนร่างกายที่หาไม่พบคงเกิดจากถูกแรงระเบิดจนร่างแหลกละเอียด
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าสมานเมตตาแมนชั่น พบว่า เมื่อเวลา 12.40 น. นายสมัยพร้อมผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมากับนายสมัย เดินไปขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลข แต่เป็นทะเบียน จ.นราธิวาส ขับออกไปคนเดียว โดยนายสมัยมาส่งที่รถ จากนั้น นายสมัยเดินกลับเข้าแมนชั่นไป จากการสอบสวนพยานให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.นายสมัยพร้อมชายคนดังกล่าวถือถุงขึ้นไปบนแมนชั่นหลายใบและเดินขึ้นลงแมนชั่นอยู่หลายรอบ ส่วนผู้หญิงที่สวมชุดดาวะห์ไม่ได้เดินทางมาเหมือนทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับชุดวาดะห์ที่ชุดสืบสวนเก็บได้ในที่เกิดเหตุหลังเหตุระเบิด และจากการที่นำภาพถ่ายมาให้พยานดูยืนยันเป็นคนเดียวกันกับที่เดินทางมาพร้อมกับนายสมัย และชายอีกคน
เมียเผย"สมัย"ไม่กลับบ้าน3 เดือนแล้ว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายสมเพชร ฝ่ายริพล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ นำผู้สื่อข่าวไปยังบ้านนายสมัย วงศ์สุวรรณ ที่บ้านเลขที่ 168 ซอย 7 บ้านดอนไฟ หมู่ 12 ต.บ้านแหวน พบนางบัวคำ เมืองมา อายุ 44 ปี ชาว ต.บ้านแหวน ภรรยานายสมัย นั่งคุยกับเพื่อนบ้านที่บ้านหลังดังกล่าว นางบัวคำนำผู้สื่อข่าวชมสภาพบ้าน ซึ่งเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว หน้าบ้านติดรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกมือไหว้พร้อมข้อความ ทักษิณจะกลับมาพบกับท่านเร็ว ๆ นี้ บริเวณบ้านมีราวตากผ้าแขวนเสื้อแดงหลายตัว
นางบัวคำกล่าวว่า อยู่กินกับนายสมัยตั้งแต่ปี 2543 แต่ไม่มีบุตร นายสมัยเป็นชาวสิงห์บุรี อายุ 46 ปี มาอยู่ที่ ต.บ้านแหวน นานแล้ว และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ ธนาคารนครธน จำกัด สาขาช้างเผือก ซึ่งนายสมัยเป็นคนเสื้อแดงและนิยมศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ เคยไปร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ และอยู่ในเหตุการณ์กระชับวงล้อม แต่ไม่ได้ติดต่อทางบ้านมา 3 เดือนแล้ว เพราะมีคดีเก่าติดตัวที่ สภ.แม่ปิง และกลัว ศอฉ.ตามตัวไปดำเนินคดี เลยหลบหนีและไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน
ด้านนายสมเพชรกล่าวว่า นายสมัยย้ายเข้าทะเบียนบ้านและอาศัยที่ ต.บ้านแหวน มากว่า 10 ปีส่วนนางบัวคำ เป็นคนบ้านดอนไฟโดยกำเนิด ไม่เคยย้ายไปไหน จากการสอบถามเพื่อนบ้านก็เล่าให้ฟังว่านายสมัยเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องราวกับใคร ชอบช่วยเหลือชุมชนและงานวัด และซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อนบ้านโดยไม่เก็บค่าบริการ ส่วนนายสมัยจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ หรือนนทบุรี ตนไม่ทราบ ที่มาบ้านนายสมัยเพื่อเยี่ยมเยือนนางบัวคำ ให้กำลังใจ และสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ในฐานะเป็นลูกบ้าน เท่าที่มาดูสภาพบ้าน และสอบถามเพื่อนบ้าน นายสมัยไม่น่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น