วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"บิ๊กตู่"ผบ.ทบ.ท่องคาถา"มาตรา77"ผมสีเดียวกับคุณ ไม่เกลียดคนเสื้อแดง ไม่คิดรัฐประหาร แต่อย่ากดดัน!

"บิ๊กตู่"ผบ.ทบ.ท่องคาถา"มาตรา77"ผมสีเดียวกับคุณ ไม่เกลียดคนเสื้อแดง ไม่คิดรัฐประหาร แต่อย่ากดดัน!

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี มักถูกดีสเครดิตจากคนเสื้อแดงว่า " มาร์ค มาตรา 7 "

แต่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นขุนทหารที่ใช้ มาตรา 77 เป็นคาถา ป้องกันตัวเอง

เมื่อถูก"นักข่าว"และผู้รักประชาธิปไตย ตั้งคำถามว่า คุณ ผบ.ทบ. จะปฎิวัติรัฐประหาร หรือไม่ ?

จะว่าไปแล้ว มาตรา 77 ของ บิ๊กตู่ ก็คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่เขียนว่า

" รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเพื่อการพัฒนาประเทศ "

นับจากนี้ไป มาตรา 77 คือเกราะป้องกันตัวของ พลเอกประยุทธ์ ท่ามกลางวิกฤตการเมืองไทยที่ผันผวนได้ทุกเสี้ยววินาที

วันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553 ถ้าย้อนหลังไป 34 ปีที่แล้ว วันนี้ก็คือ วันล้อมปราบนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ นั่นเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าว ในที่ประชุมมอบนโยบายให้ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และผู้บังคับหน่วยระดับกองพันผบ.หน่วย ทุกระดับ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผบ.ทบ. อย่างเป็นทางการว่า ตลอดการรับตำแหน่ง4ปีต่อจากนี้ไป จะดำรงตำแหน่งเป็นทหารอาชีพและปฏิบัติภารกิจตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

บิ๊กตู่ ยืนยัน ไม่เคยคิดปฏิวัติรัฐประหาร แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้แต่ละฝ่ายกดดันการทำงานและทหารจะทำหน้าที่ ควรเปิดโอกาสให้คนดีๆ ได้ทำงาน

นอกจากนี้ขอความเป็นธรรมต่อภาพลักษณ์ทหารกับการเมือง เพราะตลอดการทำหน้าที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยกเว้นภารกิจที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ในฐานะกลไกแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงของรัฐบาล ตามมาตรา 77

" ไม่เคยเกลียดกลุ่มคนเสื้อแดง และไม่เคยคิดแบ่งแยกสี เพราะคนไทยมีสีเดียวกัน คือสีของความสามัคคีการเข้ามารับรับตำแหน่งผบ.ทบ.ในท่ามกลางความขัดแย้งและความคาดหวังไม่รู้สึกหนักใจ เพราะใครก็ตามที่ยืนในจุดนี้ต้องทำให้ได้ "

เมื่อเจอกับนักข่าว ท่านผบ.ทบ. ก็ลั่นประโยคทองว่า ผมสีเดียวกับพวกคุณ ...สีแห่งความรักสามัคคี

ตามแฟ้มประวัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตู่"

จบมัธยมจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 ชีวิตราชการทหารรับราชการอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ ทหารเสือราชีนี มาโดยตลอด โดยเริ่มมาจากตำแหน่งผู้บังคับการกองพัน จนถึงผู้บังคับการกรม จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1

การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ที่มีพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินเป็นหัวหน้าคณะ พลตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจด้วยรับคำสั่งตรงจาก พลโทอนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)

ต่อมาได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

บิ๊กตู่ ถือเป็นลูกรักของป๋าเปรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ คนล่าสุด เป็นขุนทหารที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างกล้าแกร่งที่สุด

ก่อนหน้านี้ อาจารย์ ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิต ทำนายดวงและโหวงเฮ้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ขุนทหารท่านนี้ เกิดปีมะเมีย ธาตุไม้ เดือนเถาะ วันชวด ในปี 2553 นี้มาเจอปีขาลที่สมพงศ์กับดวงชะตา จุดเดินอายุที่เนินปากก็มั่นคง เพียงแต่ในช่วงต้นปีรอบอายุยังอยู่ในเคราะห์ ประกอบกับธาตุทองของปีขาล ก็ข่มธาตุไม้ จึงยังมีอุปสรรคปัญหาให้ต้องแก้ไข ต้องฟันฝ่า

" จนกระทั่งถึงเดือน ก.ค. ทุกอย่างก็จะมีการพลิกผันเปลี่ยน แปลงดีขึ้นชนิดที่ผิดจากหลังมือเป็นหน้ามือเลยทีเดียว อีกทั้งมีช่วงปลายคางที่มั่นคงดี จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคงไปอีกยาวนาน และสามารถรับปัญหาหนัก ๆ ของประเทศชาติได้อย่างดี "

แต่ในสายตาของ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร ตั้งข้อสังเกตว่า การกำเนิดของ “บูรพาพยัคฆ์” ในการเมืองไทย ตลอดรวมถึงการฟื้นแนวคิดเรื่อง “รุ่น” ที่อาศัยรุ่นของผู้นำกองทัพเป็นฐาน เช่น กรณี จปร. 23 หรือเตรียมทหาร รุ่น 12 สภาพเช่นนี้ส่งผลให้การขึ้นสู่ตำแหน่งหลักที่สำคัญภายในกองทัพถูกพิจารณาจากมิติทางการเมืองและความเป็นรุ่น มากกว่าจะขยายฐานในแนวกว้าง ความแตกแยกซึ่งโยงกับการผูกพันทางการเมืองเช่นนี้ ทำให้โอกาสของการปฏิรูปกองทัพในระยะสั้นเป็นไปได้ด้วยความลำบาก เช่นเดียวกับการสร้างทหารอาชีพในกองทัพไทย

ตลอด 4 ปีนับจากนี้ไป กองทัพในยุคของ บิ๊กตู่ จะเป็น ทหารอาชีพ ได้หรือไม่ ?

ต้องถามว่า บิ๊กตู่ จะวางความสัมพันธ์ระหว่าง กองทัพ กับประชาธิปไตย ผ่าน มาตรา 77 อย่างไร !!!

ไม่มีความคิดเห็น: