นางเอลล่า บูท ภรรยานายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าวุธสงครามชาวรัสเซีย เดินทางมายื่นเอกสาร 2 ฉบับซึ่งแปลเป็นภาษาไทย ประกอบด้วย จดหมายของนายวิคเตอร์ บูท ถึงสภาผู้แทนราษฎร และกรรมการธิการ(กมธ.)การต่างประเทศ จำนวน 3 หน้า และจดหมายของนางเอลลา ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมถึงนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 หน้า ผ่านนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะประธานกมธ.การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องของอัยการสำนักงานต่างประเทศ ที่ขอให้มีคำสั่งส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนายวิคเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ในข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่ศาลจะมีคำสั่งให้ขังนายวิกเตอร์ บูทเพื่อรอส่งตั?วเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯ และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายวิคเตอร์ภายใน 72 ชั่วโมง
นายต่อพงษ์ กล่าวว่า นางเอลลา ระบุว่านายวิคเตอร์ บูท เข้าใจว่ากระบวนการยุติรรมของไทยที่พิจารณาคดี ต้องผ่านการพิจารณจาก 3 ศาล แต่ภายหลังทราบว่ามีกระบวนการพิจารณาเพียง 2 ศาล และคิดว่าคงถูกส่งตัวกลับแน่นอน แต่สุดท้ายศาลก็ไม่ส่ง เขาก็เข้าใจ แต่สาเหตุที่ต้องเดินทางมายื่นหนังสือ เนื่องจากนายวิคเตอร์ บูทต้องการให้สภา เป็นช่องทางในการเรียกเอกสารและข้อมูลในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมว่าข้อกล่าวหาของทางสหรัฐอเมริกาเป็นจริงหรือไม่ หากไทยยังมีข้อสงสัยก็สามารถเรียกดูเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้ามาแสดงให้ทราบได้ ทั้งนี้หลังจากรับเรื่องแล้วคณะกรรมการธิการฯจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมาธิการฯในวันที่ 13 ตุลาคม นี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเนื้อหาโดยสรุปในจดหมายดังกล่าวที่นายวิกเตอร์ บูท เขียนถึงสภาฯและกมธ.ต่างประเทศนั้น ข้อความระบุว่า 1.การจับกุมเป็นการจับกุมของสายลับสหรัฐฯ ไม่เกี่ยวข้องกับคนไทย และรัสเซีย ไม่มีมูลฐานใด 2.ศาลอุทธรณ์ ไม่เห็นด้วยกับศาลอาญาว่าคดีข้าพเจ้ามีลักษณะทางการเมือง 3. ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเห็นว่าข้อกล่าวหาของสหรัฐฯนั้น ตรงและเทียบได้กับมาตรา135 ของประมวลกฎหมายอาญาไทย (ก่อการร้าย) โดยที่ศาลอาญาระบุว่าไม่ใช่ และ4.ศาลอาญาระบุว่าไม่สามารถกำหนดบทลงโทษสำหรับความผิดซึ่งกระทำโดยคนต่างด้าวในต่างประเทศต่อคนต่างด้าวอีกประเทศหนึ่ง และส่วนตัวข้อหาที่สหรัฐฯไม่ตรงหรือเทียบไม่ได้กับมาตราใดในกฎหมายไทย
นายวิคเตอร์ บูท ระบุในเอกสารตอนหนึ่งว่า คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ในการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท เป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น มาจากแรงกดดันทางการเมืองมากกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นการแก้แค้นที่นายวิคเตอร์ บูท ปฏิเสธที่ไม่ยอมเชื่อมโยงชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนอาวุธ จึงขอร้องให้มีการดำเนินการสืบสวนทางรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับคดีตั้งแต่เหตุการณ์จับกุมตัว ไปจนถึงการตัดสินของศาลอุทธรณ์ และขอให้คุ้มครองนายวิคเตอร์ บูท จากความพยายามดึงตัวไปพัวพันกับประเด็นทางการเมืองของไทย อีกทั้งขอให้พิจารณาคดีในแง่สิทธิและเสรีภาพ ซึ่งรับรองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฏหมายไทย อย่างไรก็ตามสำหรับเนื้อหาในจดหมานของนางเอลลาถึงนายกฯนั้น สรุปได้ว่าขอให้รัฐบาลพิจารณาพิจารณาเรื่องนี้ ด้วยความเป็นธรรม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น