สำหรับภาพผู้ชายคนดังกล่าวที่มาพร้อมกับนายสมัย นั้น มีพยานระบุว่า เคยเดินทางมากับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
รายงานข่าวระบุว่า ตั้งแต่เวลา 12.40 น.ของวันที่ 5 ต.ค.นายสมัย ได้อยู่ภายในห้องพักตามลำพัง ตลอดเวลาไม่ได้ออกจากห้องแต่อย่างใด
สำหรับซิมโทรศัพท์ที่พบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ซิมดังกล่าวเป็นของใคร เบื้องต้นจากการสอบถามภรรยาของนายสมัย ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบว่า ไม่ได้รับการติดต่อนานถึง 3 เดือนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ว่า ซิมดังกล่าวมีการโทรศัพท์ออกไปหาใครบ้าง
ส่วนรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับหญิงชาวมุสลิมต้องสงสัยคนดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมาให้พยานดูแล้ว ซึ่งได้รับการยืนยันว่า เป็นคนที่เคยเดินทางมาที่แมนชั่นที่เกิดเหตุ พร้อมกับ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ และชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีของหญิงคนดังกล่าว สอดคล้องกับที่ นายสมาน บุญประเสริฐ เจ้าของสมานเมตตาแมนชั่น ให้การไว้ว่า ที่ห้องดังกล่าวที่ นายสมัย เช่าอยู่ตั้งแต่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา นั้น มีผู้อาศัยอยู่ 3 คน คือ นายสมัย กับชายอีก 1 คน และหญิง 1 คน โดยใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนจังหวัดนราธิวาส
ทั้งนี้ มีพยานยืนยันว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 5 ต.ค.นายสมัย กับสามีของหญิงคนดังกล่าว ได้เดินทางมาที่แมนชั่นที่เกิดเหตุเพียงสองคน ก่อนจะขนข้าวของขึ้นลงแมนชั่นอยู่หลายรอบ จนกระทั่งเวลา 12.40 น.นายสมัย ก็เดินลงมาส่งชายคนดังกล่าวกลับออกไป ก่อนที่ นายสมัย จะย้อนกลับขึ้นไปบนห้องพัก จนกระทั่งเกิดเหตุระเบิดขึ้นในช่วงเย็น จึงอาจเป็นไปได้ว่า ศพผู้เสียชีวิตศพสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่พบในจุดเกิดเหตุ ที่สภาพศพตายแบบสยอง นอนคว่ำหน้าไม่สวมเสื้อผ้า แขนขา ศีรษะ ฉีกขาด ดำไม้เกรียม น่าจะเป็นศพของ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น